คนไทย เห็นอะไรใน 4 ทีมใหญ่ : ใครเป็นใคร ในใจคนไทย

ถ้าพูดถึงลีกการแข่งขันฟุตบอลที่นิยมในใจคนไทยมาอย่างยาวนาน ชื่ออันดับต้นๆ ที่นึกถึงคงหนีไม่พ้น ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (Barclays Premier League) เพราะเป็นลีกการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ อยู่มายาวนานที่สุดในโลก และรวมเอาทั้งยอดทีมดัง และเหล่าบรรดานักเตะระดับเวิล์ดคลาสมาประชันศึกลูกหนังกัน บนสนามเพื่อแย่งชิงความเป็นหนึ่งอย่างดุเดือด ด้วยเหตุนี้เอง Y&R BKK จึงต้องขอหยิบยกประเด็นที่น่าสนใจของ บิ๊กโฟร์ สี่ทีมใหญ่จากเกาะอังกฤษ อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล ,เชลซี และอาร์เซน่อล ทีมสโมสรตัวเต็งในศึกพรีเมียร์ลีกครั้งนี้ ว่าคนไทยมีความรู้สึกต่อแบรนด์ฟุตบอลทั้ง 4 ที่นอก เหนือจากการแข่งขันบนสนามในแง่มุมใดบ้าง ผ่านฐานข้อมูล BrandAsset® Valuator (BAV®) ซึ่งเป็นข้อมูลวิจัยความคิดของผู้คนที่มีต่อแบรนด์ต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับประเทศไทยนั้นได้ทำการศึกษาความคิดเห็นของคนไทยที่มีต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ต่างๆกว่า 1,220 แบรนด์ โดยสัมภาษณ์ กลุ่มตัวอย่างผ่านสื่อออนไลน์อายุ ตั้งแต่ 18-65 ปี จำนวน 13,880 คน จากทั่วประเทศไทย จึงทำให้เราสามารถเผยมิติและมุมองใหม่ที่น่าสนใจให้กับ แบรนด์ต่างๆ ได้

Super Team = Super Hero เทียบ 4 ทีมใหญ่วงการลูกหนังใครเป็นใคร

จากผลการวิเคราะห์ของเราพบว่า คนไทยมีความคลั่งไคล้และมองคุณลักษณะเด่นของสี่แบรนด์สโมสรฟุตบอลใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, เชลซี และอาร์เซน่อล นั้นคล้ายคลึงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ซุปเปอร์ฮีโร่ในใจ ลองมาลุ้นกันว่าคนไทยส่วนใหญ่มองทีมโปรดของคุณเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ คนที่คุณชอบหรือเปล่า

สำหรับทีมแรก ปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ทีมนี้คนไทยส่วนใหญ่มองว่ามีภาพลักษณที่คล้ายคลึงกับซุปเปอร์ฮีโร่อย่าง ‘กัปตันอเมริกา’ มากที่สุด เนื่อง จากแมนยู ถูกมองเป็นทีมที่ฟอร์มดี มีผลงานยอดเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่อง และแข็งแกร่ง เป็นที่หนึ่งครองใจคนมาทุกยุคทุกสมัย เหมือนกัปตันอเมริกา ที่เป็นหนึ่งในตัวละครหลักคอยนำทีม Avengers กอบกู้โลกนั่นเอง

คุณลักษณะของทีมที่โดดเด่น
ในสายตาคนไทย

  • ความทรหดอดทน (Rugged) 98%
  • ความเป็นที่นิยม (Gaining in Popularity) 88%
  • ความสามารถของทีม (High Performance) 48%

สำหรับ สิงห์ บลู เชลซี ทีมนี้ถูกมองว่ามีภาพคล้าย ‘ไอรอนแมน’ ด้วยความเป็นนักสร้างสรรค์ มีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้ตื่นเต้นตลอดเวลา แน่นอนว่าเชลซี เป็นทีมที่ถูกมองว่าสร้างสรรค์เกมในสนามที่ดี แถมยังพกความเท่มาเต็มกระเป๋าความใจถึงก็เต็มร้อย เหมือนไอรอนแมน ที่มักเป็นผู้เปิดศึกให้กับทีม Avenger ทุกครั้ง ลุยแบบ Non-stop

คุณลักษณะของทีมที่โดดเด่น
ในสายตาคนไทย

  • ความใจถึง (Daring) 99%
  • ความเท่ (Cool) 95%
  • ความคิดสร้างสรรค์ (Creative) 55%

ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล สำหรับทีมนี้นั้นคนไทยส่วนใหญ่มองว่าคล้ายกับบุรุษรัตติกาล ‘แบทแมน’ มากที่สุด เพราะเป็นทีมที่สุขุมมั่นคง ทำให้แฟนๆ รู้สึก มั่นใจในเกมการเล่นของพวกเขา ถึงแม้ว่าไม่ได้มีฟอร์มการเล่นที่หวือหวา แต่ก็สุขุมรอบคอบมีการวางแผนที่แยบยล การซื้อขายนักเตะที่คุ้มค่า เหมือน แบทแมนที่คอยอยู่ในเงามืด แต่ก็ยังเป็นนักวางแผนซึ่งเป็นมันสมองของทีม Justice League

คุณลักษณะของทีมที่โดดเด่น
ในสายตาคนไทย

  • มีวิสัยทัศน์ (Visionary) 90%
  • ความน่าเชื่อถือ (Authentic) 79%

มาถึงทีมสุดท้าย หงส์แดง ลิเวอร์พูล ทีมนี้คนไทยส่วนใหญ่ยกให้เป็น ‘ซุปเปอร์แมน’ ด้วยความแข็งแกร่ง ทรงพลัง และเกิดมาเป็นซุปเปอร์ฮีโร่เลย เหมือนกับหงส์แดงที่มีความเป็นออริจินัล มีดีเอ็นเอของนักสู้ อีกทั้งยังเป็นทีมที่สาวไทยกรี๊ดมากที่สุด เพราะเสน่ห์ที่ล้นเหลือของนักฟุตบอลในทีม ที่ดูดี ไม่แพ้ซุปเปอร์แมน

คุณลักษณะของทีมที่โดดเด่น
ในสายตาคนไทย

  • ความเป็นที่พูดถึงในสังคม (Social) 84%
  • มีเสน่ห์ (Charming) 72%
  • ความเป็นกันเอง (Friendly) 44%

หมายเหตุ % คือค่าร้อยละของจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่เห็นด้วยกับ คุณลักษณะดังกล่าวของแบรนด์

เรื่องราวของฟุตบอล และ 4 ทีมใหญ่ยังไม่จบแค่นี้ เพราะเราได้ทำการวิเคราะห์เจาะลึกเข้าไปในอินไซต์ความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อทั้ง 4 ทีม โดยพบความ แตกต่างแบบสุดขั้วระหว่างกลุ่มผู้หญิงและกลุ่มผู้ชาย มาดูกันว่าผู้ชายไทยจะมองทีมไหนเป็นทีมโปรดในดวงใจ และผู้หญิงไทยมีมุมมองต่อสโมสรต่างๆ อย่างไรบ้าง ทีมไหนจะหล่อถูกใจ ทีมไหนจะเท่โดนใจสาวๆ มาดูผลวิจัยจากฐานข้อมูล BAV กันเลย

ยอดทีมในดวงใจของชายไทยประจำปี 2018

การแข่งขันฟุตบอลนับเป็นเกมส์กีฬาที่ชื่นชอบของผู้ชายมาทุกยุคทุกสมัย รวมไปถึงความคลั่งไคล้ในแบรนด์ทีมสโมสรฟุตบอลทั้งสี่นี้ก็เช่นกันจากผลการ วิจัยความรู้สึกของผู้ชายไทยที่มีต่อแบรนด์ทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจำนวน 6,267 คนพบว่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ผู้ชายไทยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนให้ความชื่นชอบมากที่สุดถึง 33.2% การันตีได้ด้วยผลงานที่ผ่านมาในหลายๆฤดูกาล และเป็นทีมที่ได้รับความสำเร็จมากมาย ส่วนอันดับสองในใจผู้ชายไทยคือ สิงห์ บลู เชลซี ได้รับความชื่นชอบจากผู้ชายไทยไป 31.5% ตามมาด้วยอันดับสามคือ ทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ขับเคี่ยวกับอันดับสองมาติดๆ ด้วยความชื่นชอบต่อแบรนด์ที่ 31.1% และอันดับที่สี่ ตกเป็นของปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ที่ถูกทิ้งห่างพอสมควร โดยความ ชื่นชอบของทีมอยู่ที่ 26.5%

มุมมองของสาวไทยที่มีต่อ 4 ทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีก

มาต่อกันที่กลุ่มสาวไทยกันบ้าง เพราะปัจจุบันความคลั่งไคล้ในเกมส์กีฬาฟุตบอลรวมไปถึงทีมสโมสรก็เริ่มมีมากขึ้นในกลุ่มผู้หญิงเช่นกันจากผลการ สำรวจวิจัยความรู้สึกของผู้หญิงไทยต่อแบรนด์จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 7,113 คนพบว่า

ทีมที่สาวไทยมองว่าเป็นทีมที่ “เซ็กซี่” ที่สุด เป็น อันดับ 1 คือ หงส์แดง ลิเวอร์พูล : 93% เพราะเป็นทีมที่มีนักเตะหน้าตาดีสาวไทยกรี๊ดหลายคน ในขณะที่เรื่องความเท่ อันดับ 1 ตกเป็นของ สิงห์บูล เชลซี : 95% เพราะเป็นทีมที่มีสไตล์การเล่นที่สุขุมและเฉียบคม ส่วนทีมที่สาวไทยมองว่า มีผลงานที่ สม่ำเสมอ ด้วยแบบแผนการทำทีมอย่างมี วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน คือ ทีมปืนใหญ่ อาร์เซน่อล : 89.9% ตรงข้ามกับทีม ผีแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด: 99.9% ที่สาวไทยแทบทุกคน “รู้สึกลุ้นตื่นเต้น” มากที่สุด เนื่องจากเป็นทีมที่เคยครองแชมป์พรีเมียร์ลีกมาหลายสมัยแต่ในช่วงฤดูกาลหลังผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ ของผู้ชมนัก เลยต้องลุ้นว่าปีนี้จะทำผลงานกลับมาเป็นจ่าฝูงอีกได้หรือไม่

ผลประโยชน์กันแบบ win – win

เพราะหลายครั้งเราได้เห็นบทเรียนจากหลายแบรนด์ที่ลงทุนมหาศาลกับการสปอนเซอร์นักกีฬาหรือทีมสโมสรชั้นนำต่างๆ แต่คนกลับจำแบรนด์ที่เป็น สปอนเซอร์เหล่านั้นไม่ได้เลย

ดังนั้นการจะทำการตลาดแบบแบรนด์พันธมิตร (Brand Partnership) ผ่านการทำการตลาดกับเกมกีฬา (Sport Marketing) ให้มีประสิทธิภาพ จึงควรเลือกแบรนด์ที่มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับจุดยืน (Brand Essence) และคำมั่นสัญญา (Brand Promise) ของแบรนด์ให้ชัดเจนและ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น แบรนด์ Under Armour ที่ใช้ Michael Phelps นักว่ายน้ำเหรียญทองโอลิมปิกที่ไม่เคยหยุดทำลายสถิติโลกและของตัวเอง เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสะท้อนคำมั่นสัญญาของแบรนด์ที่จะทำให้ทุกคนมีศักยภาพที่ดีขึ้น ‘Make You better’ หรือเลือกแบรนด์ที่มาช่วยทำให้ภาพลักษณ์ ของแบรนด์เราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆได้มากขึ้น โดยให้ผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายแบบ win – win ตัวอย่างเช่น แบรนด์คลาสสิคไฮเอนด์ อย่าง Louis Vuitton จับมือร่วมกับแบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์อย่าง Supreme เพื่อให้หลุยส์วิตตอง ลดอายุของแบรนด์ตัวเองลงในการจับลูกค้ากลุ่มใหม่ ที่มีอายุน้อยลง ในขณะที่แบรนด์สุพรีม ก็ได้ขยายฐานลูกค้าของตัวเองเพื่อจับกลุ่มคนที่ชื่นชอบความพรีเมี่ยมได้มากยิ่งขึ้น อาจเกิดจากการขาดข้อมูล เชิงลึกที่ระบุได้ชัดว่าผู้คนมองแบรนด์ของคุณอย่างไร ฉะนั้นถ้าคุณใช้ฐานข้อมูลให้เกิดประโยชน์ก็จะช่วยให้แบรนด์เติบโตและอยู่ในใจของผู้บริโภคได้ไม่ยาก