เจาะลึกเบื้องหลังการร่วมลงทุนครั้งยิ่งใหญ่
ระหว่าง Grab และ Central Group

หากพูดถึงการจับมือครั้งสำคัญของแบรนด์ใหญ่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเร็วๆนี้ คงหนีไม่พ้น การทำการตลาดในรูปแบบพันธมิตรระหว่าง แบรนด์ยักษ์ใหญ่ อย่างเซ็นทรัล กรุ๊ป ที่มุ่งสู่ความเป็นผู้นำ ด้าน Tech Company และแบรนด์ในกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง แกร๊บ ที่ต้องการขยายธุรกิจให้ตอบโจทย์ ธุรกิจ e-Commerce มากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง VMLY&R จึงหยิบยกประเด็นนี้ มาวิเคราะห์มุมมอง ใหม่ๆ ที่ทั้งสองแบรนด์จะได้รับ ผ่านความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อแบรนด์ทั้งสองก่อนที่จะปิดดีล ธุรกิจครั้งสำคัญนี้ บนฐานข้อมูล BrandAsset® Valuator ซึ่งเป็นข้อมูลวิจัยความคิดของผู้คน ที่มีต่อแบรนด์ต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับการทำวิจัยในครั้งนี้ เราศึกษาผ่านความคิดของคนไทยที่มีต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ทั้งสิ้น 1,220 แบรนด์ โดยสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างผ่านสื่อออนไลน์ อายุตั้งแต่ 18-65 ปี จำนวน 8,941 คน จากกรุงเทพมหานคร

จากผลการวิเคราะห์สรุปได้ว่า ผู้บริโภค มองว่าแกร๊บเป็นแบรนด์ที่แตกต่าง และมี ความน่าสนใจอยู่เสมอ (Energized Differentiation 79%) โดยสัมผัสได้ถึง ความปลอดภัย ไร้กังวล สะท้อนผ่านการ ใช้บริการของแอพพลิเคชั่นมือถือ ที่มักเกิด ประเด็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล หรือ การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ดังนั้นจึง แบรนด์แอพพลิเคชั่นน้องใหม่จึงมาแรง แซง อูเบอร์ไปได้ในที่สุดในเมืองไทย ทั้งยังมี ความแปลกใหม่ของวิธีการดำเนินธุรกิจ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา เช่น บริการส่งของหรือส่งอาหาร และล่าสุดต้อง การเป็น Super App ที่เป็นมากกว่า แอพพลิเคชั่นดีลิเวอรี่ส่งคนหรือส่งของสร้างคอนเท้นท์ และบริการอื่นๆ ที่ช่วยดึงดูดความน่าสนใจ ให้แบรนด์เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคมองหาและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน

ส่วนแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง เซ็นทรัล กรุ๊ป ที่เป็นแบรนด์ที่ทุกๆคนต่างรู้จักกันดีนั้น ที่มี ภาษีในด้านภาพลักษณ์และนำไปสู่แบรนด์ ที่ทุกๆคนรัก และชื่นชม (Brand Love 98%) เพราะเซ็นทรัล กรุ๊ปเองก็เป็นผู้นำในด้าน ธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก หรือ การโรงแรม รวมไปถึงธุรกิจอื่นๆ ที่มีการ ขยายตัว และพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเซ็นทรัล กรุ๊ปจะทำอะไรจึงเป็นที่น่า จับตามอง เช่นเดียวกันกับดีลที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ที่จะช่วยผลักดัน เซ็นทรัล กรุ๊ป ไปอีกขั้น กลายเป็นผู้นำด้านดิจิตอลที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ ของคนรุ่นใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มมือถือที่ไม่ เพียงแต่วัยรุ่นเท่านั้นที่ใช้ แต่ขยายไปยัง สังคมของผู้วัย ที่เปิดใจต่อเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีคงหลีกเหลี่ยงไม่ได้ที่ธุรกิจในเครือ อย่าง เซ็นทรัลพัฒนา จะส่งผลมายังภาพลักษณ์ของเซ็นทรัล กรุ๊ป จึงทำให้ เซ็นทรัล กรุ๊ป เอง มีภาพลักษณ์ของความหรูหราอยู่บ้าง เช่น การเปิดตัว Central Embassy ที่จับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ที่สุดท้ายนั้นก็ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น ดึงผู้เช่ารายใหม่ให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ได้มากยิ่งขึ้น และเป็นแบรนด์ที่สามารถอยู่ภายในใจของผู้บริโภคได้อย่างมั่นคง

และผลการวิเคราะห์ข้อมูลภายใต้การร่วม ลงทุนของ กลุ่มเซ็นทรัล ที่มีต่อ แกร๊บ ส่งผล ให้มีการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับจุด ยืนของทั้งสองแบรนด์มีความชัดเจน และ แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพราะทั้งสองแบรนด์ก็มีวิสัย ทัศน์ที่แตกต่างกัน (Visionary) แต่ก็ต่าง อยากจะเป็นปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่มีการ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (Up to Date) ให้ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ มากที่สุด และที่น่าสนใจอีกอีกมุมหนึ่งคือ ความคิดสร้างสรรค์ (Creative) ของทั้ง สองแบรนด์ ที่ช่วยพัฒนาธุรกิจในมุมมอง ใหม่ๆที่แตกต่าง เช่น เซ็นทรัลที่ล่าสุดเปิดตัว The PanOramix @CentralwOrld หน้า จอดิจิตอลอินเตอร์แอคทีฟ เปลี่ยนเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศ ให้ผู้คนทั่วโลกได้สื่อสาร และมีช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน นอกจากนั้นทั้งสองแบรนด์ยังช่วยเติมเต็มคุณลักษณะของแบรนด์ ซึ่งกันและกัน ทำให้แบรนด์ทั้งสองมีประสิทธิภาพ และพัฒนาศักยภาพในการเป็นแบรนด์ในใจคนไทย ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

สรุป: การจับมือร่วมกันของ แกร๊บ และ กลุ่มเซ็นทรัล ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ผลประโยชน์ร่วมกันแบบ win-win ในเชิงภาพลักษณ์ที่ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกันได้มากยิ่งขึ้น โดยทางฝั่งของแกร๊บจะได้รับ ภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์คลาสสิคไฮเอนด์ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ส่วนกลุ่มเซ็นทรัล เองก็ได้รับอิทธิพลความเป็นนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ สร้างความนิยมและ น่าสนใจที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้นด้วย